นิทานเล่าปากเปล่า 36 เรื่อง สำหรับ 3-8 ขวบ
นิทานเมฆเริงรำ สายน้ำร้องเพลง
ขนาดรูปเล่ม : 14 X 21 ซม.
จำนวน : 198 หน้า
สำนักพิมพ์ : รัถยาคม
อาหารเป็นสิ่งจำเป็นในการหล่อเลี้ยงร่างกายของเด็กฉันใด นิทานก็เป็นสิ่งจำเป็นในการหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเด็กฉันนั้น
"เมฆเริงรำ สายน้ำร้องเพลง" รวบรวมนิทานจากแหล่งต่างๆที่เหมาะสมสำหรับเด็ก โดยจัดแยกไว้ตามวัย พร้อมด้วยคำอธิบายเกี่ยวกับความสำคัญและการใช้นิทานกับเด็ก
สำหรับเด็กเล็ก สาระที่เหมาะสมสำหรับวัยของเขาจึงเป็นเรื่องราวจากยุคสมัยที่อยู่ห่างไกลจากปัจจุบันมากที่สุด หาใช่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หรือสถานการณ์ปัจจุบันของโลกไม่ หากเป็นเรื่องราวดั้งเดิมที่สุดของมนุษย์ นั่นคือนิทานซึ่งเล่าขานถึงเส้นทางการพัฒนาตนของคนเรา และช่วยปูพื้นฐานความเป็นมนุษย์ให้แก่เด็ก
นิทานมาจากห้วงลึกที่สุดของจิตมนุษย์ จึงเป็นวรรณกรรมที่เหมาะสมต่อความรู้สึกนึกคิดและหัวใจของเด็กมากที่สุด ชนิดที่ไม่มีวรรณกรรมอื่นใดเทียบได้ เป็นการนำปรีชาญาณทางจิตวิญญาณอันมั่งคั่งมาแสดงออกในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด
--------------------
พ่อแม่อ่านนิทานกับลูกอย่างไร (บทความโดยแม่ตา วรณัน โทณะวณิก )
#เมฆเริงรำสายน้ำร้องเพลง #เล่ม1 สีฟ้า คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านรอเล่มนี้อยู่ใช่ไหมคะ? หลังจากขาดสต้อกไปนาน ตอนนี้ รัถยาคม ปัญโญทัย จัดพิมพ์เล่มใหม่ออกมาแล้วค่ะ เล่มหนากว่าเดิม เพราะ มีนิทานเพิ่มขึ้นมาจากเล่มก่อน อีก 10 เรื่อง จากเดิม 26 เรื่องเป็น 36 เรื่อง ล้วนเป็นนิทานต้นฉบับดั้งเดิม #เป็นนิทานเล่าปากเปล่า #ไม่มีภาพประกอบ เพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กๆได้สร้างภาพในใจตามไป เป็นพื้นฐานของ #ความคิดสร้างสรรค์ ในวัยต่อมา จนถึงผู้ใหญ่
.
นิทานเป็นอาหารของดวงจิต เวลาเลือกนิทาน เราเลือกให้เหมาะกับวัย ไม่ซับซ้อน หนักหนาจนเป็นภาระกับเด็กเล็กในการย่อยจนเกินไป หรือ ไม่ท้าทาย ง่ายเกินไปสำหรับเด็กที่โตมากขึ้น หนังสือเล่มนี้ ช่วยให้พ่อแม่ง่ายขึ้นอีกนิด โดยแบ่งนิทานตามกลุ่มอายุ 3-5, 4-6 ,5-7, 6-8 ขวบ แต่ละกลุ่ม มีนิทาน 8-10 เรื่อง อย่างไรก็ตาม การจัดกลุ่มนี้ เป็นเพียงแนวทาง แนะนำคุณพ่อคุณแม่อ่านทำความเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในเรื่องก่อน ประกอบกับการสังเกตธรรมชาติของลูกๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าพ่อแม่จะเห็นและเข้าใจลูกมากกว่าใคร พ่อแม่จะสามารถเลือกนิทานที่เหมาะกับลูกได้ดียิ่งขึ้น
.
#เล่าเมื่อไหร่ เด็กก่อน 7 ขวบ พ่อแม่ ครู ชวนเขาพักแขนพักขา พาเข้านอนช่วงกลางวัน เพื่อถนอมพลังชีวิต ไว้สร้างร่างกาย อวัยวะให้แข็งแรง มีสุขภาวะที่ดี ภายใต้บรรยากาศที่สงบ ผู้เล่าและผู้ฟังจดจ่อ รอคอยฟังอย่างตั้งใจ จะเล่าก่อนนอน เพียง 1 เรื่อง และ 1 รอบ เด็กๆจะนำนิทาน (รวมถึงประสบการณ์ต่างๆที่พบเจอในช่วงตื่น) เข้าสู่การหลับไหล โลดแล่นไปในดินแดนแห่งความฝัน ตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น มีพลังพร้อมสำรวจโลกในช่วงบ่ายก่อนพระอาทิตย์ลากลับบ้าน
.
และนิทานจะมาพบกับเด็กอีกครั้งเพื่อส่งเด็กๆเข้านอน หลังทานอาหารเย็น เล่นเบาๆรอแม่เก็บกวาดล้างจาน และ พาขึ้นนอน ปิดม่าน หรี่ไฟลง บางบ้านจะมีพิธีกรรมเล็กๆ เช่น จุดเทียน เล่นดนตรี ร้องเพลง สวดมนต์ นวดตัว ก็ทำพิธีกรรมนั้นๆอย่างสม่ำเสมอเช่นทุกวัน และ ตามด้วย นิทานที่เหมาะกับลูก เช่นเดิม 1 เรื่อง และ เพียง 1 รอบ
.
ธรรมชาติของเด็กๆนั้นชอบฟังเรื่องเดิมซ้ำๆ ในนิทานแต่ละเรื่องจะเห็นว่า มีคำซ้ำ หรือ บทกวีแทรกอยู่ อย่างมีจังหวะ พ่อแม่จึงเล่านิทานเรื่องเดิมได้นานถึง 3 สัปดาห์ หรือ 21 วันก่อนเปลี่ยนเรื่องใหม่ เราจะพบว่าในวันท้ายๆเด็กๆจะสามารถจดจำเนื้อเรื่อง จนเล่าออกมาได้เองเลยทีเดียว ส่วนมากคนที่อยากจะเปลี่ยนเรื่องใหม่ก่อนมักจะเป็นพ่อแม่เพราะเริ่มเบื่อเสียแล้ว หรือเป็นกรณีที่เด็กคุ้นชินกับการมีหนังสือนิทานจำนวนมาก และ พ่อแม่อนุญาตให้ลูกเลือกเล่มที่ต้องการมาให้อ่าน อ่านสองสามเล่มแรก พ่อแม่ก็ยังพอสดชื่นอยู่ พอชักเริ่มหลายเล่ม และ ลูกเริ่มไม่มีท่าทีว่าจะนอน พ่อแม่บางคนถึงกับหงุดหงิดเลยทีเดียว หลายบ้านมาปรึกษาแม่ตาก็มักจะบอกว่า ในวัยเจ็ดปีแรก งานของการเลือกสิ่งที่เหมาะที่สุดสำหรับลูก ควรจะเป็นงานของพ่อแม่ การยืนยันหนักแน่น เป็นเสาหลักให้ลูก ไม่หลุดอารมณ์เสีย เหวียงวีนไปก่อน จะช่วยสร้างขอบเขตให้ลูกได้เป็นอย่างดี หากลูกคุ้นเคยกับการเปลี่ยนนิทานทุกคืน อาจจะค่อยๆไปทีละก้าว โดยการ ยืนยัน "คืนนี้มีเรื่องนี้จ้ะ" หรือ "อ่านรอบเดียวจ้ะ" "ได้เวลานอนแล้วจ้ะ" นอนกอด ร้องเพลงกล่อมให้อุ่นใจ กันไป ก็ช่วยได้มากทีเดียว
.
#อ่านอย่างไร คุณพ่อคุณแม่อ่านด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ดราม่า ไม่ต้องใช้เสียงสอง เสียงสาม ความสนุกหรือ หดหู่มากเกิน ส่งผลกับภาพที่เด็กสร้างในใจ นิทานบางเรื่อง โดยเฉพาะนิทานพี่วัยโต เด็กๆจะตื่นเต้นไปกับการผจญภัย เจออุปสรรคที่ต้องค่อยๆข้ามไปที่ละด่านๆ จนคลี่คลายในที่สุด หากเราประดิษฐ์น้ำเสียงให้สมจริงสมจังเกินไป จะสร้างความวิตกกังวล หวาดกลัว เป็นภาระให้แก่เด็กไปเสียอีก เมื่ออ่านจบแล้ว ก็ไม่ต้องถาม "สนุกไหม" "ชอบไหม" ไม่ต้องชวนทบทวนความจำ ตั้งคำถาม ปล่อยให้เด็กๆนำนิทานเข้าไปทำงานด้านในดวงจิตอย่างอิสระ พรุ่งนี้เขาจะได้ฟังอีกครั้ง และทุกๆครั้งที่เขาได้ยินได้ฟัง ภาพที่เลือนราง จะค่อยๆปรากฏชัดเจนมากขึ้นๆ คำถามที่อาจเกิดขึ้นในใจ เด็กๆจะมีเวลาในการค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง บางทีไม่ใช่วันนี้ หรือ แม้แต่ไม่ใช่ในวัยนี้
🌟ทางร้านมามาตาแฟมิลี่ (Mamata Co., Ltd.) เป็นศูนย์รวมวัสดุ อุปกรณ์ ศิลปะ อุปกรณ์ หนังสือ งานฝีมือ เครื่องดนตรี ที่ใช้ในการศึกษาวอลดอร์ฟ ของประเทศไทย และได้รับการแต่งตั้งจาก Mercurius International B.V. Netherlands
ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งมีสินค้ามากกว่า 2,000 รายการ ที่ใช้แพร่หลายในโรงเรียน ชุมชน วอลดอร์ฟ มอนเตสเซอรี่ ทั่วโลก
✨หากสนใจสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากหรือสอบถามรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม
แวะพูดคุยกับทางร้านค้าทางกล่องข้อความ (Chat) ใน Shopee
#หนังสือนิทาน #วอลดอร์ฟ #นิทานสำหรับเด็ก